ขอคืนภาษีเงินได้ ทำยังไง ได้เงินคืนเมื่อไหร่
หลายคนพอยื่นภาษีเสร็จแล้วเห็นว่าตัวเองมีสิทธิ ขอคืนภาษี ก็ดีใจ แต่ก็มักมีคำถามตามมาว่าต้องทำอะไรเพิ่มไหม แล้วเงินจะเข้าเมื่อไหร่ ความจริงแล้วการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ยุ่งยาก ถ้าเรายื่นข้อมูลครบถ้วนและผูกช่องทางรับเงินไว้ถูกต้อง เงินก็มักเข้าค่อนข้างเร็ว บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา สรุปภาพรวมตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้มีเงินคืน ขั้นตอนขอคืน ไปจนถึงระยะเวลาที่ควรคาดหวัง ทุกรายละเอียดเป็นแนวทางทั่วไป ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรอีกครั้งสำหรับเคสของคุณเอง
ทำไมถึงมีเงินคืนภาษีตั้งแต่แรก
ก่อนจะขอคืน ควรเข้าใจก่อนว่าเงินคืนมาจากไหน เพราะมันคือ "ภาษีที่เราจ่ายไปเกินกว่าที่ต้องจ่ายจริง" ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ
- ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน เช่น มนุษย์เงินเดือนที่ถูกหักทุกเดือนตามฐานเงินเดือน แต่พอรวมทั้งปีและหักลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว ภาษีจริงน้อยกว่าที่ถูกหักไป
- มีค่าลดหย่อนเยอะ เช่น เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุน เงินบริจาค หรือดอกเบี้ยบ้าน ทำให้เงินได้สุทธิลดลง ภาษีที่คำนวณได้จึงต่ำกว่าที่จ่ายไว้ล่วงหน้า
- รายได้ลดลงระหว่างปี เช่น เปลี่ยนงาน ว่างงานบางช่วง หรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่คาดไว้ตอนต้นปี
พูดง่าย ๆ คือยิ่งวางแผนลดหย่อนดีและยื่นเอกสารครบ โอกาสได้เงินคืนก็ยิ่งสูง หากอยากเข้าใจหลักการคำนวณที่อยู่เบื้องหลัง ลองอ่าน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเบื้องต้น ประกอบ จะเห็นภาพว่าทำไมตัวเลขถึงออกมาเป็นเงินคืน
ขอคืนภาษีต้องทำขั้นตอนอะไรบ้าง
ข่าวดีคือถ้าคุณยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์และระบุว่าขอคืน คุณแทบไม่ต้องทำขั้นตอนแยกต่างหากเลย เพราะการขอคืนเป็นส่วนหนึ่งของการยื่นแบบ
- ตอนกรอกแบบ เมื่อระบบคำนวณแล้วพบว่าจ่ายภาษีเกิน จะมีช่องให้ระบุความประสงค์ "ขอคืนภาษี" ให้กดเลือกและยืนยัน
- ระบบจะถามช่องทางรับเงิน ซึ่งปัจจุบันนิยมให้คืนผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
- กดส่งแบบให้เรียบร้อย แล้วบันทึกหลักฐานการยื่นและเลขอ้างอิงไว้
หากคุณยังไม่เคยยื่นออนไลน์มาก่อน อ่านขั้นตอนแบบละเอียดได้ที่ วิธียื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ทีละขั้น ทำให้ส่วนของการขอคืนชัดเจนขึ้นมาก
ผูกพร้อมเพย์ช่วยให้ได้เงินคืนไวขึ้นยังไง
ในอดีตการคืนภาษีมักออกเป็นเช็คหรือต้องไปติดต่อรับเงิน แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรส่งเสริมการคืนผ่าน พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ซึ่งสะดวกและเร็วกว่ามาก
- เงินคืนจะโอนเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนโดยตรง ไม่ต้องรอเช็ก
- ลดความเสี่ยงเอกสารตกหล่นหรือสูญหายระหว่างทาง
- ตรวจสอบสถานะการคืนได้ผ่านระบบออนไลน์
ข้อควรระวังคือ พร้อมเพย์ที่ใช้รับเงินคืนภาษีควรผูกกับ "เลขบัตรประชาชน" ไม่ใช่เบอร์มือถือ เพราะระบบจับคู่กับผู้เสียภาษีตามเลขบัตร ถ้ายังไม่ได้ผูกไว้ แนะนำให้ไปผูกกับธนาคารที่มีบัญชีก่อนยื่น จะได้ไม่สะดุดตอนรับเงิน
ถ้าถูกขอเอกสารเพิ่มต้องทำยังไง
บางครั้งหลังยื่นขอคืน เจ้าหน้าที่อาจขอให้ส่งเอกสารยืนยันสิทธิลดหย่อนเพิ่มเติม โดยเฉพาะถ้ายอดขอคืนค่อนข้างสูงหรือมีรายการลดหย่อนหลายตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของกระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ
- ระบบหรือเจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าต้องการเอกสารใด เช่น หนังสือรับรองเบี้ยประกัน ใบเสร็จบริจาค หรือเอกสารกองทุน
- ให้รวบรวมเอกสารตามที่ขอแล้วส่งกลับภายในกำหนด ยิ่งส่งครบและเร็ว เงินคืนก็ยิ่งออกเร็ว
- ถ้าเอกสารไม่ครบหรือส่งช้า การคืนเงินจะถูกชะลอออกไป
ทางที่ดีคือเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่ตอนยื่น เพื่อหยิบส่งได้ทันที ตรวจรายการที่ควรมีได้จาก เช็กลิสต์เอกสารภาษี จะช่วยให้ไม่ต้องวิ่งหาเอกสารกระชั้นชิด
ปกติได้เงินคืนภาษีภายในกี่วัน
คำถามยอดฮิตคือ "เมื่อไหร่เงินจะเข้า" ซึ่งตอบเป็นตัวเลขตายตัวยาก เพราะขึ้นกับความครบถ้วนของข้อมูลและการตรวจสอบ แต่พอจะให้แนวทางทั่วไปได้
- ถ้ายื่นออนไลน์ ข้อมูลครบ ไม่ถูกขอเอกสารเพิ่ม และผูกพร้อมเพย์ไว้แล้ว เงินมักเข้าค่อนข้างเร็ว หลายกรณีอยู่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์โดยประมาณ
- ถ้าถูกขอเอกสารเพิ่มหรือมีรายการที่ต้องตรวจสอบ ระยะเวลาจะนานขึ้นตามรอบการพิจารณา
- คุณสามารถเข้าไปเช็กสถานะการคืนเงินผ่านระบบของกรมสรรพากรได้เป็นระยะ
ระยะเวลาจริงแตกต่างกันในแต่ละปีและแต่ละเคส จึงควรถือเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การการันตี หากเลยกำหนดนานผิดปกติ ให้ติดต่อกรมสรรพากรเพื่อสอบถามสถานะ
วางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ปีหน้าได้คืนคุ้มกว่าเดิมยังไง
การขอคืนภาษีปีนี้คือบทเรียนสำหรับการวางแผนปีหน้า ถ้าอยากให้สิทธิประโยชน์คุ้มขึ้นและยื่นง่ายขึ้น ลองทำสามอย่างนี้
- ทบทวนสิทธิลดหย่อนตั้งแต่ต้นปี ไม่ต้องรอปลายปีค่อยรีบหา จะได้เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับเป้าหมายจริง ๆ
- เก็บเอกสารให้เป็นระบบ สแกนและจัดโฟลเดอร์ไว้ตั้งแต่ได้รับ จะยื่นและส่งเอกสารเพิ่มได้ทันที
- วางแผนการออม/ประกันให้สอดคล้องกับชีวิต ไม่ใช่ซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียว แต่ให้เกิดประโยชน์ระยะยาวด้วย ดูแนวทางตามฤดูกาลได้ที่ เช็กลิสต์ลดหย่อนปลายปี
เรื่องภาษีและเงินคืนมีรายละเอียดต่างกันตามสถานการณ์ของแต่ละคน บทความนี้ให้ภาพรวมเพื่อเริ่มต้น หากเคสซับซ้อนควรปรึกษากรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีโดยตรง และถ้าอยากวางแผนใช้ประกันหรือการออมเพื่อช่วยลดหย่อนให้ได้ประโยชน์สูงสุด ลองคุยกับท็อปเพื่อดูภาพรวมที่เหมาะกับคุณได้เสมอ อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะ นัดปรึกษากับท็อปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดครับ
