ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณยังไง (ขั้นบันได 2569)
ถ้าคุณกำลังจะ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครั้งแรกแล้วเปิดแบบฟอร์มมาเจอช่องเต็มไปหมดจนงง บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ผมจะพาไล่ทีละสเต็ปแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ตั้งต้นที่ "รายได้" หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน จนได้ "เงินได้สุทธิ" แล้วค่อยเอาไปคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได พร้อมตัวอย่างคำนวณจริงให้เห็นภาพ
ในฐานะที่ปรึกษาประกันที่ดูแลเรื่องเงื่อนไขและสิทธิลดหย่อนให้ลูกค้าเป็นประจำ ผมอยากชวนคุณมองภาษีแบบเป็นระบบ เข้าใจสูตรการคิดให้ขาด แล้วการวางแผนช่วงปลายปีจะง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องรีบหาตัวช่วยแบบลนลานจนตัดสินใจพลาด
คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เริ่มจากสูตรอะไร
หัวใจของการคำนวณภาษีไม่ใช่การเอารายได้ทั้งก้อนมาคูณอัตราภาษีตรง ๆ แต่ต้องผ่าน "การหัก" สองชั้นก่อน เพื่อให้ได้ฐานที่นำไปคิดภาษีจริง ซึ่งเรียกว่า เงินได้สุทธิ
สูตรพื้นฐานที่ควรจำให้ขึ้นใจมีแค่บรรทัดเดียว
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน
จากนั้นค่อยเอา "เงินได้สุทธิ" ไปคูณกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ไม่ใช่เอารายได้รวมไปคูณ จุดนี้คือสิ่งที่มือใหม่เข้าใจผิดบ่อยที่สุด เพราะคิดว่ารายได้สูงแล้วจะโดนภาษีทั้งก้อนในอัตราสูงสุด ทั้งที่ความจริงคิดเป็นชั้น ๆ
- รายได้ = เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง ดอกเบี้ย ค่าเช่า ฯลฯ ที่ได้รับทั้งปี
- ค่าใช้จ่าย = ส่วนที่กฎหมายให้หักแบบเหมาตามประเภทเงินได้
- ค่าลดหย่อน = สิทธิส่วนตัว ครอบครัว ประกัน การลงทุนเพื่อเกษียณ และอื่น ๆ
รายได้ หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนยังไง
สำหรับมนุษย์เงินเดือน เงินได้ประเภทเงินเดือน (มาตรา 40(1)) จะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (ค่าโดยประมาณตามหลักเกณฑ์ปี 2569 ควรตรวจกับประกาศกรมสรรพากรอีกครั้ง) แปลว่าใครเงินเดือนเกิน 200,000 บาท/ปี ก็หักค่าใช้จ่ายได้เต็มเพดาน 100,000 บาทเท่ากัน
ส่วน "ค่าลดหย่อน" คือพระเอกที่เราควบคุมได้มากที่สุด ยิ่งใช้สิทธิครบ เงินได้สุทธิยิ่งลด ภาษีก็ยิ่งน้อย กลุ่มที่คนใช้บ่อยมีประมาณนี้ (ตัวเลขโดยประมาณ)
| กลุ่มลดหย่อน | เพดานโดยประมาณ (ปี 2569) |
|---|---|
| ส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) | 60,000 บาท |
| ประกันชีวิต/สะสมทรัพย์ (คุ้มครอง ≥ 10 ปี) | ≤ 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพตนเอง | ≤ 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000) |
| ประกันสุขภาพพ่อแม่ | ≤ 15,000 บาท |
| ประกันบำนาญ | 15% ของเงินได้ ≤ 200,000 บาท (รวมกองเกษียณอื่นไม่เกิน 500,000) |
อยากเข้าใจแต่ละช่องแบบละเอียด ผมเขียนแยกไว้ในบทความ ลดหย่อนภาษีมือใหม่ ลองอ่านประกอบจะเห็นภาพครบทุกสิทธิ
อัตราภาษีขั้นบันได 2569 คิดยังไง
พอได้ "เงินได้สุทธิ" แล้ว ก็เอามาคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได หลักคิดคือ เงินได้แต่ละชั้นโดนอัตราของชั้นนั้น ๆ ไม่ใช่ทั้งก้อนโดนอัตราสูงสุด ตารางอัตราโดยประมาณปี 2569 เป็นดังนี้
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% |
จุดสำคัญคือ 150,000 บาทแรก "ได้รับยกเว้น" เสมอ ส่วนเกินจากนั้นถึงค่อยเริ่มเสียภาษีชั้นละอัตรา ดังนั้นต่อให้เงินได้สุทธิแตะชั้น 20% ก็ไม่ได้แปลว่าเสีย 20% ของทั้งก้อน แต่เสียเฉพาะส่วนที่ตกอยู่ในชั้นนั้น
ตัวอย่างคำนวณภาษีแบบเห็นภาพ
ลองสมมติคุณเอ เงินเดือน 40,000 บาท รายได้ทั้งปี 480,000 บาท มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม (ขอใช้ตัวเลขกลม ๆ เพื่อให้เห็นวิธีคิด ตัวเลขจริงขึ้นกับเอกสารของแต่ละคน)
- รายได้ทั้งปี = 480,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 → หักได้ 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- เงินได้สุทธิ = 480,000 − 100,000 − 60,000 = 320,000 บาท
ทีนี้เอา 320,000 ไปไล่ขั้นบันได
- 0 – 150,000 → ยกเว้น = 0 บาท
- 150,001 – 300,000 (อีก 150,000) × 5% = 7,500 บาท
- 300,001 – 320,000 (อีก 20,000) × 10% = 2,000 บาท
- รวมภาษีโดยประมาณ = 9,500 บาท
จะเห็นว่าภาษีจริงที่ต้องจ่ายต่ำกว่าที่หลายคนกลัวไว้มาก เพราะคิดเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่ทั้งก้อน
ค่าลดหย่อนช่วยประหยัดภาษีได้แค่ไหน
ทีนี้มาดูพลังของค่าลดหย่อน สมมติคุณเอคนเดิมเพิ่มประกันชีวิต/สุขภาพและกองทุนเพื่อเกษียณรวมกันอีก 100,000 บาท เงินได้สุทธิจะลดจาก 320,000 เหลือ 220,000 บาท
- 0 – 150,000 → ยกเว้น = 0 บาท
- 150,001 – 220,000 (อีก 70,000) × 5% = 3,500 บาท
- รวมภาษีโดยประมาณ = 3,500 บาท
เทียบกันแล้วประหยัดภาษีไปราว 6,000 บาท จากการใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่ม ทั้งที่เงินก้อนนั้นก็ยังเป็นความคุ้มครองและเงินออมของคุณเอง นี่คือเหตุผลที่การวางแผนตั้งแต่ต้นปีคุ้มกว่ารอปลายปีเสมอ
อยากลองกดตัวเลขของตัวเองดูคร่าว ๆ ก่อน ผมรวบรวม เครื่องมือคำนวณ ไว้ให้ลองเล่นได้ฟรี จะได้เห็นภาพภาษีและสิทธิลดหย่อนของตัวเองชัดขึ้น
ข้อควรระวัง: ผลประโยชน์ทางภาษีและความคุ้มครองของประกันแต่ละแบบเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ส่วนผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ที่มีการลงทุนเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่การันตี และการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาก่อนตัดสินใจ
สรุป
การ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอแค่จำสูตรเดียว คือ รายได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ แล้วค่อยเอาไปคูณอัตราขั้นบันไดทีละชั้น ส่วนที่เราคุมได้มากที่สุดคือค่าลดหย่อน ยิ่งวางแผนเร็วยิ่งประหยัด
ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรใช้สิทธิลดหย่อนตัวไหนให้คุ้มที่สุด หรืออยากให้ช่วยไล่ตัวเลขเป็นกรณีของคุณเอง ทักมาคุยกับผม (ท็อป) ได้ที่ไลน์ @topaia ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูแลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ ผมยินดีช่วยวางแผนแบบเป็นกลางให้เหมาะกับสถานการณ์จริงของคุณ
ข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี/การลงทุนเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเพดานสิทธิเป็นไปตามประกาศกรมสรรพากรปี 2569 ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ AIA