กลับไปหน้าบทความภาษี

เอกสารลดหย่อนภาษีประกัน ต้องเก็บอะไร ยื่นยังไง

20 มิถุนายน 2569 6 นาที

เอกสารลดหย่อนภาษีประกัน ต้องเก็บอะไรบ้าง

ทุกต้นปีที่ต้องยื่นภาษี คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ "จ่ายเบี้ยประกันไปแล้ว ต้องใช้เอกสารอะไรลดหย่อน" คำตอบสั้น ๆ คือ เอกสารลดหย่อนภาษีประกัน ที่สำคัญที่สุดมีแค่ใบเดียว นั่นคือ "หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน" จากบริษัทประกัน

หนังสือรับรองฉบับนี้จะระบุชื่อผู้เอาประกัน เลขกรมธรรม์ เบี้ยที่จ่ายจริงในปีนั้น และประเภทเบี้ยที่นำไปลดหย่อนได้ ในฐานะตัวแทนที่ดูแลเรื่องเงื่อนไขและเอกสารให้ลูกค้า ขอสรุปให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าต้องเก็บอะไรและยื่นอย่างไรให้ครบ

โดยทั่วไปเอกสารที่ควรมีติดตัวก่อนยื่นมีดังนี้

  • หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิต/สะสมทรัพย์ — สำหรับสิทธิลดหย่อนสูงสุด 100,000 บาท
  • หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพ (ของตนเอง) — แยกบรรทัดส่วนสุขภาพออกมาให้ชัด
  • หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ — ถ้าจ่ายเบี้ยสุขภาพให้บิดามารดา
  • หนังสือรับรองเบี้ยประกันบำนาญ — ถ้ามีกรมธรรม์บำนาญ
  • หลักฐานการชำระเงิน เช่น สลิปโอน ใบเสร็จ (เก็บไว้เผื่อถูกขอตรวจ)

หนังสือรับรองเบี้ยประกันขอได้จากที่ไหน

หลายคนเข้าใจว่าต้องเดินไปขอที่สาขา จริง ๆ แล้วง่ายกว่านั้นมาก บริษัทประกันส่วนใหญ่รวมถึง AIA จะออกหนังสือรับรองให้อัตโนมัติทุกต้นปี และดาวน์โหลดเองได้ผ่านช่องทางออนไลน์

ช่องทางที่ขอ เอกสารลดหย่อนภาษีประกัน ได้ มีโดยประมาณดังนี้

  • แอปพลิเคชันของบริษัทประกัน (เช่น AIA+) เข้าเมนูกรมธรรม์ แล้วดาวน์โหลดหนังสือรับรองภาษี
  • เว็บไซต์ลูกค้า/ระบบสมาชิกออนไลน์ของบริษัท
  • โทรศูนย์บริการลูกค้า เพื่อขอให้ส่งทางอีเมลหรือไปรษณีย์
  • สอบถามตัวแทนผู้ดูแลกรมธรรม์โดยตรง

จุดที่คนพลาดบ่อยคือ ดูแค่ยอดเบี้ยรวม แต่ไม่ได้ดูว่าหนังสือรับรองแยกส่วน "ชีวิต" กับ "สุขภาพ" ไว้ถูกหรือยัง เพราะสองส่วนนี้ใช้เพดานลดหย่อนคนละก้อน ถ้ากรอกสลับช่องอาจทำให้ลดหย่อนได้น้อยกว่าที่ควร

แจ้งความประสงค์ส่งข้อมูลให้สรรพากร คืออะไร

ตั้งแต่ระบบ e-Filing พัฒนาขึ้น สรรพากรเปิดให้บริษัทประกัน "ส่งข้อมูลเบี้ยที่ลดหย่อนได้" เข้าระบบให้โดยตรง แต่จะส่งให้ก็ต่อเมื่อเรา แจ้งความประสงค์ยินยอม ไว้กับบริษัทประกันก่อน

ข้อดีของการแจ้งความประสงค์คือ เวลายื่นภาษีออนไลน์ ตัวเลขเบี้ยจะ "เด้งขึ้นมาให้อัตโนมัติ" ในระบบ ไม่ต้องพิมพ์เอง ลดความผิดพลาด และมักเป็นข้อมูลที่ตรงกับที่สรรพากรมีอยู่แล้ว ทำให้โอกาสถูกเรียกตรวจน้อยลง

  • แจ้งยินยอมผ่านแอป/เว็บของบริษัทประกัน หรือผ่านตัวแทน
  • แจ้งครั้งเดียว มักมีผลต่อเนื่องปีถัด ๆ ไป (ตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละบริษัท)
  • ถ้าไม่เคยแจ้ง ก็ยังลดหย่อนได้ตามปกติ เพียงต้องกรอกตัวเลขเองและเก็บหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐาน

แนะนำให้เช็กในระบบยื่นภาษีว่าตัวเลขที่เด้งขึ้นมา ตรงกับหนังสือรับรองของเราหรือไม่เสมอ ถ้าไม่ตรงให้แก้ตามเอกสารจริง เพราะความรับผิดชอบสุดท้ายอยู่ที่ผู้ยื่น

เพดานลดหย่อนแต่ละประเภทเป็นเท่าไหร่

ก่อนกรอก ควรรู้เพดานของแต่ละสิทธิ เพื่อจะได้ไม่กรอกเกินหรือกรอกขาด ตัวเลขปี 2569 โดยประมาณเป็นดังนี้

ประเภทเบี้ยประกันเพดานลดหย่อน (โดยประมาณ)เงื่อนไขสำคัญ
ประกันชีวิต/สะสมทรัพย์≤ 100,000 บาทกรมธรรม์คุ้มครอง ≥ 10 ปี
ประกันสุขภาพตนเอง≤ 25,000 บาทรวมกับประกันชีวิตแล้ว ≤ 100,000 บาท
ประกันสุขภาพพ่อแม่≤ 15,000 บาทบิดามารดามีรายได้ไม่เกินเกณฑ์
ประกันบำนาญ15% ของเงินได้ ≤ 200,000 บาทรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่น ≤ 500,000 บาท

จะเห็นว่าประกันสุขภาพตนเองกับประกันชีวิต "ใช้ก้อนเดียวกัน" คือรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนประกันบำนาญแยกอีกก้อน และต้องนับรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF กบข. ฯลฯ ไม่ให้เกิน 500,000 บาท การวางสัดส่วนตรงนี้คือหัวใจที่ทำให้ลดหย่อนได้เต็มสิทธิ ดูเพิ่มได้ที่ ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน 2569

ยื่นออนไลน์ยังไงและเก็บหลักฐานแบบไหน

การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บสรรพากรทำได้เองไม่ยาก ขั้นตอนโดยสรุป

  1. เข้าระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร แล้วเลือกแบบ ภ.ง.ด.90/91 ตามประเภทเงินได้
  2. ไปที่หมวด "ค่าลดหย่อน" กรอกเบี้ยประกันแต่ละประเภทตามหนังสือรับรอง
  3. ถ้าเคยแจ้งความประสงค์ไว้ ตรวจว่าตัวเลขที่ระบบดึงมาตรงกับเอกสาร
  4. ตรวจยอดภาษีที่ต้องชำระ/ขอคืน แล้วยืนยันการยื่น
  5. บันทึก/พิมพ์ใบยืนยันการยื่นเก็บไว้

เรื่องการเก็บหลักฐาน อย่าเพิ่งทิ้งหลังยื่นเสร็จ แนะนำให้

  • เก็บหนังสือรับรองเบี้ยทุกฉบับ + ใบยืนยันการยื่น อย่างน้อย 5 ปี (เผื่อสรรพากรขอตรวจย้อนหลัง)
  • สแกนเป็นไฟล์ PDF เก็บในโฟลเดอร์ปีภาษี กันเอกสารกระดาษหาย
  • เก็บสลิปการชำระเบี้ยไว้คู่กัน เพื่อยืนยันว่าจ่ายจริงในปีนั้น

การจัดเก็บเป็นระเบียบช่วยได้มากถ้าวันหนึ่งถูกขอเอกสารเพิ่ม จะหยิบได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่ขอใหม่

เดดไลน์ยื่นภาษีและเดดไลน์ซื้อประกันต่างกันยังไง

สองเดดไลน์นี้คนสับสนกันบ่อย และพลาดบ่อยที่สุด

  • เดดไลน์ "ซื้อ/จ่ายเบี้ย" เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนปีภาษีใด คือต้องชำระเบี้ย ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น จ่ายปีไหนลดหย่อนปีนั้น
  • เดดไลน์ "ยื่นภาษี" ของปีภาษีก่อนหน้า โดยทั่วไปยื่นกระดาษภายในสิ้นเดือนมีนาคม และยื่นออนไลน์ได้ถึงประมาณต้นเดือนเมษายนของปีถัดไป

แปลว่าถ้าจะใช้สิทธิของปีนี้ ต้องจ่ายเบี้ยให้ทันสิ้นปี อย่ารอไปจ่ายตอนยื่นต้นปีหน้า เพราะนั่นจะนับเป็นเบี้ยของปีหน้าแทน ใครวางแผนซื้อประกันช่วงปลายปี ลองอ่าน ซื้อประกันลดหย่อนปลายปี ประกอบ จะได้ไม่พลาดจังหวะ

สรุป

เอกสารลดหย่อนภาษีประกัน ที่ต้องเตรียมจริง ๆ มีไม่กี่อย่าง คือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยแยกตามประเภท หลักฐานการจ่าย และการแจ้งความประสงค์ส่งข้อมูลให้สรรพากรเพื่อให้ตัวเลขเด้งอัตโนมัติเวลายื่นออนไลน์ จากนั้นกรอกตามเพดานแต่ละสิทธิ ตรวจให้ตรงกับเอกสาร เก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี และที่สำคัญคือจ่ายเบี้ยให้ทันสิ้นปีเพื่อใช้สิทธิของปีนั้น

ถ้าอยากให้ช่วยเช็กว่ากรมธรรม์ที่มีอยู่ใช้ลดหย่อนได้เท่าไหร่ ขอหนังสือรับรองยังไง หรือควรแจ้งความประสงค์ส่งข้อมูลให้สรรพากรช่องทางไหน ทักมาปรึกษาฟรีได้ที่ LINE @topaia ยินดีดูแลเรื่องเอกสารและเงื่อนไขให้แบบเข้าใจง่าย ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา สิทธิและเพดานลดหย่อนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรในแต่ละปี ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ AIA โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่นจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี