กลับไปหน้าบทความภาษี

มีรายได้เสริม/ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม ยื่นยังไง

โดย จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์22 มิถุนายน 2569 6 นาที

ยุคนี้ใคร ๆ ก็มีรายได้หลายทาง ทั้งงานประจำ รับงานเสริมตอนเย็น ขายของออนไลน์ หรือรับรีวิวสินค้า พอเงินเข้าหลายช่องทางก็เริ่มสงสัยว่า รายได้เสริมเสียภาษี ด้วยไหม แล้วถ้า ขายของออนไลน์เสียภาษี ต้องยื่นแบบไหน คำตอบสั้น ๆ คือเงินได้เกือบทุกประเภทต้องนำมารวมยื่น แต่ข่าวดีคือมีวิธีหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนที่ช่วยให้จ่ายภาษีน้อยลงได้ บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา สรุปภาพรวมให้คนมีรายได้หลายทางเห็นเส้นทางตั้งแต่การนับเงินได้ไปจนถึงการยื่น ตัวเลขและเกณฑ์ทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนยื่นจริง

รายได้เสริมเสียภาษีไหม ต้องรวมยื่นทุกทางหรือเปล่า

หลักสำคัญของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือ "รวมเงินได้ทุกทางที่ได้รับในปีนั้นมาคำนวณด้วยกัน" ไม่ใช่ดูเฉพาะเงินเดือน ดังนั้นถ้าคุณมีงานประจำอยู่แล้วและยังมีรายได้เสริม เงินเสริมก้อนนั้นก็ต้องนำมารวมยื่นด้วย

  • รายได้จากงานประจำ (เงินเดือน) รวมกับรายได้เสริม เช่น ค่ารับงานฟรีแลนซ์ ค่าขายของ ค่ารีวิว
  • เมื่อรวมแล้วถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็มีหน้าที่ยื่นภาษี แม้สุดท้ายอาจไม่มีภาษีต้องจ่ายก็ต้องยื่น
  • การไม่ยื่นทั้งที่มีหน้าที่ อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมา

หลายคนเข้าใจผิดว่ารายได้เสริมเล็กน้อยไม่ต้องสนใจ ความจริงคือควรนับรวมไว้ก่อน แล้วค่อยดูว่าหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้วต้องเสียภาษีจริงหรือไม่ หากอยากเข้าใจหลักการคำนวณพื้นฐาน ลองอ่าน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเบื้องต้น ประกอบ

รายได้เสริมแต่ละแบบจัดเป็นเงินได้ประเภทไหน

ภาษีไทยแบ่งเงินได้ออกเป็นหลายประเภท และแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน รายได้เสริมที่เจอบ่อยมักตกอยู่ในสองกลุ่มนี้

  • เงินได้ 40(2) — ค่าจ้างจากการใช้แรงงานหรือทักษะส่วนตัว เช่น รับเขียน รับออกแบบ ที่ปรึกษา รับรีวิว งานที่ไม่มีต้นทุนวัตถุดิบมาก กลุ่มนี้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีเพดานรวมกับเงินเดือน
  • เงินได้ 40(8) — เงินได้จากการค้าขายหรือธุรกิจ เช่น ขายของออนไลน์ ร้านค้า ขายอาหาร งานที่มีต้นทุนสินค้า กลุ่มนี้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองทาง คือ "เหมา" ตามอัตราที่กำหนด หรือ "ตามจริง" ถ้าเก็บเอกสารต้นทุนครบ

ถ้ารายได้เสริมของคุณมีทั้งรับจ้างและขายของ ให้แยกนับคนละก้อนตามจริง อย่ายัดรวมเป็นก้อนเดียว เพราะการคิดค่าใช้จ่ายของแต่ละประเภทต่างกัน การจัดประเภทถูกตั้งแต่ต้นช่วยให้คำนวณภาษีได้ตรงและไม่เสียเปรียบ

ขายของออนไลน์เสียภาษี หักค่าใช้จ่ายแบบไหนคุ้มกว่า

สำหรับคนขายของออนไลน์ซึ่งเป็นเงินได้ 40(8) คำถามใหญ่คือควรหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง หลักง่าย ๆ คือเลือกแบบที่หักได้มากกว่า เพราะยิ่งหักได้มาก เงินได้สุทธิที่เอาไปคิดภาษีก็ยิ่งน้อย

วิธีหักค่าใช้จ่ายเหมาะกับใครข้อควรรู้
เหมา (%)คนต้นทุนต่ำ หรือไม่อยากเก็บเอกสารเยอะง่าย ไม่ต้องแนบหลักฐาน แต่ถ้าต้นทุนจริงสูงกว่าจะเสียเปรียบ
ตามจริงคนต้นทุนสูง เช่น สต๊อกสินค้า ค่าส่ง ค่าโฆษณาหักได้มากกว่าถ้าเอกสารครบ แต่ต้องเก็บใบเสร็จ/บิลทุกใบ

คนที่สต๊อกสินค้าและมีค่าส่ง ค่าโฆษณาสูง มักได้เปรียบถ้าหักตามจริงและเก็บเอกสารดี ส่วนคนที่ต้นทุนต่ำ เลือกแบบเหมามักจบง่ายและคุ้มกว่า ลองคำนวณทั้งสองทางเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจทุกปี เพราะโครงสร้างต้นทุนอาจเปลี่ยน

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันยังไง ต้องยื่นอันไหน

คนที่มีเงินได้ประเภท 40(8) เช่น ขายของออนไลน์ มักต้องยื่นภาษีสองรอบต่อปี ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่มีแต่เงินเดือนซึ่งยื่นรอบเดียว

  • ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) — ยื่นเงินได้บางประเภทรวมถึง 40(8) ที่เกิดในช่วงครึ่งปีแรก โดยปกติยื่นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนโดยประมาณ ภาษีที่จ่ายรอบนี้นำไปเครดิตตอนยื่นปลายปีได้
  • ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) — ยื่นรวมทั้งปีสำหรับคนที่มีเงินได้นอกเหนือเงินเดือน โดยปกติยื่นช่วงมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไปโดยประมาณ

ถ้าคุณมีงานประจำและขายของออนไลน์ควบคู่ ก็มักต้องยื่น ภ.ง.ด.94 สำหรับส่วนของการค้าขายด้วย กำหนดเวลาจริงอาจเปลี่ยนในแต่ละปี จึงควรเช็กประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรเสมอ หากต้องการรายละเอียดเชิงลึกของคนทำงานอิสระ อ่านเพิ่มได้ที่ ฟรีแลนซ์ยื่นภาษียังไง

ต้องเก็บหลักฐานรายรับรายจ่ายแบบไหน

ไม่ว่าจะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง การเก็บหลักฐานเป็นระบบช่วยได้มากทั้งตอนยื่นและตอนถูกขอตรวจสอบ

  • บันทึกรายรับ เก็บสรุปยอดขายจากแพลตฟอร์ม สลิปโอนเงิน หรือออเดอร์ ไว้เป็นรายเดือน
  • เก็บใบเสร็จต้นทุน เช่น ค่าซื้อสินค้า ค่าส่ง ค่าแพ็กเกจ ค่าโฆษณา โดยเฉพาะถ้าจะหักตามจริง
  • แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีขายของ ถ้าทำได้ จะช่วยให้ดูยอดและสรุปง่ายขึ้นมาก

การเก็บเอกสารดีไม่ได้มีไว้แค่ตอนยื่น แต่ช่วยให้คุณเห็นกำไรจริงของกิจการด้วย ดูรายการเอกสารที่ควรมีได้จาก เช็กลิสต์เอกสารภาษี เพื่อให้ครบตั้งแต่ต้น

วางแผนลดหย่อนเมื่อมีรายได้หลายทางยังไง

ยิ่งมีรายได้หลายทาง ยิ่งควรวางแผนลดหย่อนให้ดี เพราะเงินได้รวมที่สูงขึ้นอาจดันคุณขึ้นฐานภาษีที่สูงกว่าเดิม

  • ใช้สิทธิลดหย่อนพื้นฐานให้ครบ เช่น ลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร พ่อแม่ ประกันสังคม
  • พิจารณาเครื่องมือที่ช่วยทั้งลดภาษีและสร้างความมั่นคง เช่น เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือการออมเพื่อเกษียณ โดยเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตจริง ไม่ใช่ซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียว
  • คำนวณล่วงหน้าตั้งแต่กลางปี จะได้ไม่ต้องรีบหาเครื่องมือลดหย่อนตอนปลายปี

เรื่องภาษีของคนมีรายได้หลายทางมีรายละเอียดต่างกันตามแต่ละคน บทความนี้ให้ภาพรวมเพื่อเริ่มต้น หากเคสซับซ้อนควรปรึกษากรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีโดยตรง และถ้าอยากวางแผนใช้ประกันหรือการออมเพื่อช่วยลดหย่อนให้เหมาะกับรายได้ที่หลากหลายของคุณ ลองคุยกับท็อปเพื่อดูภาพรวมที่ลงตัวได้เสมอ อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะ นัดปรึกษากับท็อปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดครับ

จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์

จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์

ตัวแทนประกันชีวิต AIA · หาดใหญ่ · สงขลา

ตัวแทนได้รับใบอนุญาต คปภ. · พื้นฐานสายวิทย์ เน้นอธิบายตัวเลข/ความเสี่ยงตามจริง และดูแลถึงขั้นเคลม รู้จักท็อปเพิ่มเติม →

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี