กลับไปหน้าบทความเกษียณ

เจ้าของกิจการ/SME วางแผนเกษียณยังไง เมื่อไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

โดย จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์22 มิถุนายน 2569 6 นาที

หลายคนที่เป็น เจ้าของกิจการวางแผนเกษียณ มักรู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบ เพราะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง มีรายได้เข้ามาทุกเดือน และไม่ต้องรอเงินเดือนจากใคร แต่พอลงลึกเรื่องการเกษียณจริง ๆ ผมกลับเจอว่าเจ้าของ SME เป็นกลุ่มที่ "เปราะบาง" ที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะไม่มีระบบบังคับออมเหมือนมนุษย์เงินเดือน

มนุษย์เงินเดือนมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กบข. ที่หักออมให้อัตโนมัติทุกเดือน แต่เจ้าของกิจการไม่มีอะไรมาบังคับเลย ทุกบาททุกสตางค์ขึ้นอยู่กับวินัยของตัวเอง บทความนี้ผมจะคุยเรื่องการวางแผนเกษียณสำหรับคนทำธุรกิจโดยเฉพาะ ในฐานะตัวแทนที่ดูแลเรื่องการวางแผนการเงินระยะยาวให้ลูกค้าหลายคนที่เป็นเจ้าของร้าน เจ้าของโรงงานเล็ก และฟรีแลนซ์

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดในบทความเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อการศึกษา ผลลัพธ์จริงขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์และสถานการณ์ของแต่ละคน

ทำไมเจ้าของกิจการถึงเสี่ยงเรื่องเกษียณมากกว่าที่คิด?

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าของ SME คือการเอาเงินไป "จม" ในธุรกิจอย่างเดียว หลายคนบอกผมว่า "ธุรกิจคือเงินเกษียณของผมเอง" ฟังดูสมเหตุสมผล แต่มันมีรูโหว่ใหญ่อยู่

ลองคิดดูว่า ถ้าวันที่คุณอยากเกษียณตอนอายุ 60 ธุรกิจของคุณยังขายไม่ได้ หรือขายได้แต่ราคาต่ำกว่าที่หวังมาก หรือแย่กว่านั้นคือธุรกิจซบเซาลงพอดีกับช่วงที่คุณแก่และไม่มีแรงดูแลแล้ว เงินเกษียณทั้งก้อนของคุณจะหายไปกับธุรกิจ

ปัญหาคือมูลค่าธุรกิจไม่ใช่เงินสด มันแปลงเป็นเงินใช้จ่ายรายเดือนไม่ได้ทันที และมันผูกกับตัวคุณมากเกินไป ลูกค้าหลายคนรู้จักคุณเป็นการส่วนตัว พอคุณไม่อยู่ ลูกค้าก็อาจไม่อยู่ด้วย นี่คือเหตุผลที่เจ้าของกิจการต้องวางแผนเกษียณแยกต่างหากจากธุรกิจเสมอ

เจ้าของกิจการวางแผนเกษียณ ต้องแยกเงินตัวเองออกจากธุรกิจยังไง?

หัวใจของการวางแผนเกษียณสำหรับ SME คือ "แยกกระเป๋า" ให้ชัด เงินของธุรกิจกับเงินเกษียณของตัวคุณต้องเป็นคนละก้อนกัน เพราะถ้าปนกัน วันที่ธุรกิจขาดสภาพคล่อง คุณจะดึงเงินเกษียณมาใช้โดยไม่รู้ตัว

วิธีที่ผมแนะนำลูกค้าคือตั้ง "เงินเดือนตัวเอง" ขึ้นมา แม้คุณจะเป็นเจ้าของก็ตาม ให้จ่ายเงินเดือนตัวเองในจำนวนคงที่ทุกเดือน แล้วจากเงินเดือนก้อนนั้น กันส่วนหนึ่งไปออมเพื่อเกษียณทันที ก่อนจะเอาไปใช้จ่ายอย่างอื่น หลักการ "จ่ายให้ตัวเองก่อน" (pay yourself first) สำคัญมากสำหรับคนที่ไม่มีระบบหักอัตโนมัติ

อีกข้อคือ อย่ารอให้ธุรกิจ "นิ่ง" ก่อนแล้วค่อยเริ่มออม เพราะธุรกิจไม่เคยนิ่งจริง ๆ จะมีเหตุให้ต้องใช้เงินตลอด ถ้ารอไปเรื่อย ๆ สุดท้ายคุณจะไม่ได้เริ่มสักที วิธีคิดเรื่องนี้คล้ายกับการวางแผนเกษียณของฟรีแลนซ์ที่ไม่มีนายจ้างหักเงินให้ ต้องสร้างวินัยด้วยตัวเองเป็นหลัก

เครื่องมือไหนช่วยเจ้าของ SME สร้างเงินเกษียณได้บ้าง?

เมื่อไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เจ้าของกิจการก็ยังมีเครื่องมือหลายอย่างให้เลือกประกอบกัน เพื่อสร้างทั้งวินัยและความมั่นคง

  • ประกันบำนาญ — เหมาะมากสำหรับคนที่กลัวว่าตัวเองจะออมไม่สม่ำเสมอ เพราะมีกำหนดจ่ายเบี้ยชัดเจน เป็นการ "บังคับออม" กลาย ๆ และให้รายได้เป็นงวด ๆ หลังเกษียณตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ช่วยล็อกรายได้ขั้นต่ำที่ไม่ผูกกับความเป็นไปของธุรกิจ
  • RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) — ออมพร้อมได้สิทธิลดหย่อนภาษี และมีเงื่อนไขต้องถือยาวจนเกษียณ ช่วยกันไม่ให้เราถอนเงินออกมาใช้ก่อนวัย
  • กองทุนรวมทั่วไป — สำหรับเงินส่วนที่อยากให้ยืดหยุ่นกว่า ถอนได้ ปรับพอร์ตได้ตามจังหวะ

แนวคิดคือกระจายไว้หลายตะกร้า ไม่ฝากความหวังไว้กับธุรกิจอย่างเดียว ถ้าอยากเข้าใจว่าเครื่องมือลดหย่อนแต่ละตัวต่างกันยังไง ผมแนะนำให้อ่านบำนาญ vs RMF/SSFประกอบ จะเห็นภาพว่าแต่ละตัวเหมาะกับเป้าหมายแบบไหน

แผนสืบทอดหรือขายกิจการ จะกลายเป็นเงินเกษียณได้ไหม?

ธุรกิจที่คุณสร้างมาก็ยังเป็นทรัพย์สินที่มีค่า เพียงแต่ต้องวางแผนให้มันแปลงเป็นเงินเกษียณได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้มูลค่าหายไปตอนคุณวางมือ

ทางเลือกหลักมีสองแบบ คือ ส่งต่อให้คนในครอบครัว หรือ ขายให้คนอื่น ทั้งสองแบบต้องเตรียมล่วงหน้าหลายปี ถ้าจะส่งต่อให้ลูกหลาน ต้องเริ่มสอนงานและถ่ายโอนความสัมพันธ์กับลูกค้าตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ธุรกิจยังเดินได้แม้คุณไม่อยู่ ถ้าจะขาย ก็ต้องทำให้ธุรกิจ "ไม่พึ่งตัวคุณ" มากเกินไป เพราะธุรกิจที่ขาดเจ้าของแล้วเดินต่อได้เองจะขายได้ราคาดีกว่า

ที่สำคัญคือ อย่าคิดว่าเงินจากการขายกิจการจะมาแน่นอนและตรงเวลา เพราะตลาดอาจไม่เอื้อในวันที่คุณอยากขายพอดี ดังนั้นเงินเกษียณส่วนที่ "การันตี" ได้ เช่น จากประกันบำนาญหรือกองทุน ควรเตรียมไว้เป็นฐานก่อน แล้วเงินจากการขายกิจการให้ถือเป็น "โบนัส" ที่ทำให้ชีวิตเกษียณสบายขึ้น ไม่ใช่เสาหลักเพียงต้นเดียว

เริ่มต้นวางแผนเกษียณตอนเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างไร?

ถ้าให้สรุปแบบใช้งานได้จริง ผมอยากให้เจ้าของกิจการทำสามอย่างนี้ก่อน หนึ่ง ตั้งเงินเดือนตัวเองและกันเงินออมเกษียณออกมาทันทีทุกเดือน สอง เลือกเครื่องมือที่ "บังคับวินัย" ได้ เช่น ประกันบำนาญหรือ RMF เพื่อไม่ให้เผลอเอาเงินกลับไปลงธุรกิจหมด สาม วางแผนสืบทอดหรือขายกิจการล่วงหน้า โดยมองว่าเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ทั้งหมด

จุดที่คนทำธุรกิจมักพลาดคือคิดว่า "เดี๋ยวค่อยวางแผนตอนธุรกิจโตกว่านี้" แต่เวลาคือสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้ ยิ่งเริ่มเร็ว ภาระเบี้ยหรือเงินที่ต้องออมต่อเดือนก็ยิ่งเบา

ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการที่อยากเห็นภาพว่าควรแบ่งเงินเท่าไหร่ไปเครื่องมือไหน และจะออกแบบรายได้หลังเกษียณให้ไม่ผูกกับธุรกิจอย่างเดียวยังไง ลองนัดคุยกับผมได้ครับ เราจะมาดูตัวเลขของคุณจริง ๆ แล้ววางแผนให้เหมาะกับจังหวะธุรกิจและเป้าหมายชีวิตของคุณ โดยไม่ต้องรีบตัดสินใจอะไรทั้งนั้น อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะ นัดปรึกษากับท็อปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดครับ

จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์

จตุรงค์ เหล่าจินวงศ์

ตัวแทนประกันชีวิต AIA · หาดใหญ่ · สงขลา

ตัวแทนได้รับใบอนุญาต คปภ. · พื้นฐานสายวิทย์ เน้นอธิบายตัวเลข/ความเสี่ยงตามจริง และดูแลถึงขั้นเคลม รู้จักท็อปเพิ่มเติม →

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี