สร้าง passive income รองรับเกษียณยังไง? รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน
หลายคนวางแผนเกษียณด้วยการคิดว่า "ต้องเก็บเงินก้อนให้ได้เท่าไหร่" ซึ่งไม่ผิด แต่ยังไม่ครบ เพราะเงินก้อนมีวันหมด ส่วนสิ่งที่ทำให้เกษียณสบายจริง ๆ คือ passive income เกษียณ หรือรายได้ที่ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องลงแรงทำงานทุกวัน บทความนี้จะพาดูว่ารายได้แบบ passive มาจากไหนได้บ้าง แต่ละแหล่งมีจุดเด่นจุดอ่อนยังไง และทำไมการผสมหลายแหล่งถึงช่วยให้เกษียณอุ่นใจกว่า
ในฐานะที่ปรึกษาที่ดูแลเรื่องวางแผนเกษียณให้ลูกค้า ผมชอบชวนคิดเป็น "กระแสเงินต่อเดือน" มากกว่ามองแค่ก้อนใหญ่ก้อนเดียว เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตหลังเกษียณได้ตรงกว่า
หมายเหตุ: ตัวเลขและตัวอย่างในบทความเป็นข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่มีการการันตีผลตอบแทน
passive income เกษียณคืออะไร ต่างจากเงินเดือนยังไง
passive income คือรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องโดยที่เราไม่ต้องแลกด้วยเวลาทำงานแบบรายวันเหมือนเงินเดือน เงินเดือน (active income) จะหยุดทันทีเมื่อเราหยุดทำงาน ส่วน passive income จะยังไหลเข้ามาแม้เราจะพักผ่อนอยู่บ้าน
สำหรับชีวิตหลังเกษียณ ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะเป้าหมายคือ "หยุดทำงานได้โดยที่เงินยังเข้า" ถ้าเราพึ่งแต่การถอนเงินก้อนออกมาใช้ไปเรื่อย ๆ ก็จะมีความกังวลตลอดว่าเงินจะหมดก่อนอายุไหม แต่ถ้ามีกระแสรายได้ที่ไหลเข้ามาเองทุกเดือน ความกังวลนั้นจะลดลงมาก เรื่องวิธีถอนเงินก้อนอย่างปลอดภัย ผมเล่าไว้ที่ ถอนเงินหลังเกษียณ ซึ่งเป็นอีกด้านที่ควรอ่านคู่กัน
แหล่ง passive income สำหรับเกษียณมีอะไรบ้าง
แหล่งรายได้แบบ passive ที่คนวางแผนเกษียณนิยมใช้ มีหลายแบบ แต่ละแบบมีลักษณะต่างกัน
- ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ปล่อยเช่าคอนโดหรือบ้าน ได้กระแสเงินสม่ำเสมอ แต่ต้องมีเงินก้อนตั้งต้น มีภาระดูแล และมีความเสี่ยงห้องว่าง
- เงินปันผลจากการลงทุน เช่น หุ้นปันผลหรือกองทุน ได้รับเป็นงวด ๆ แต่จำนวนไม่แน่นอนและขึ้นกับผลประกอบการและภาวะตลาด
- ดอกเบี้ยและตราสารหนี้ ความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ผลตอบแทนมักต่ำกว่า และอาจสู้เงินเฟ้อไม่ทันในระยะยาว
- บำนาญ ทั้งบำนาญจากระบบ (เช่น ประกันสังคม กบข.) และบำนาญจากประกันชีวิตแบบบำนาญที่เราทำเอง จุดเด่นคือเป็นรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนตามเงื่อนไข
ไม่มีแหล่งไหน "ดีที่สุด" แบบครอบจักรวาล แต่ละแบบเก่งคนละด้าน นั่นคือเหตุผลที่เราควรผสมกัน
ทำไมบำนาญประกันชีวิตถึงเป็น "รายได้การันตี" ตามเงื่อนไข
ในบรรดาแหล่ง passive income ส่วนใหญ่จะมีความผันผวน ค่าเช่าก็มีช่วงห้องว่าง เงินปันผลก็ขึ้นลงตามตลาด แต่ ประกันบำนาญ มีจุดเด่นที่ต่างออกไป คือให้กระแสเงินที่ค่อนข้างแน่นอนตามที่ระบุในกรมธรรม์
หลักการคือ เราชำระเบี้ยสะสมในช่วงทำงาน แล้วเมื่อถึงอายุเกษียณตามเงื่อนไข บริษัทจะจ่ายเงินบำนาญให้เป็นงวด ๆ ต่อเนื่องไปตามที่สัญญากำหนด ทำให้เรามี "พื้นฐานรายได้" ที่ไม่ขึ้นกับว่าตลาดหุ้นปีนั้นเป็นยังไง ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินหมดก่อนอายุได้
จุดที่ต้องเข้าใจคือ คำว่า "การันตี" ในที่นี้หมายถึงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงแบบการลงทุนเสี่ยง อยากเข้าใจกลไกการจ่ายแบบละเอียด ลองอ่าน ประกันบำนาญทำงานยังไง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเหมาะกับการเป็นฐานรายได้ส่วนไหนของแผน
ควรผสม passive income หลายแหล่งยังไงเพื่อลดความเสี่ยง
หัวใจของการวางแผนรายได้หลังเกษียณคือ "อย่าฝากความหวังไว้ที่แหล่งเดียว" เพราะแต่ละแหล่งมีความเสี่ยงต่างกัน ถ้าเกิดอะไรกับแหล่งนั้น รายได้ทั้งหมดจะสะดุดทันที
แนวคิดที่หลายคนใช้คือแบ่งเป็นชั้น ๆ
- ชั้นฐาน (มั่นคง) ใช้รายได้ที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น บำนาญจากระบบและประกันบำนาญ มาคุมค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่ายา
- ชั้นเติบโต (ผันผวนได้) ใช้เงินปันผลและการลงทุน มาเสริมไลฟ์สไตล์และสู้เงินเฟ้อระยะยาว ส่วนนี้รับความผันผวนได้เพราะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้
- ชั้นสภาพคล่อง เก็บเงินสด/เงินก้อนไว้ส่วนหนึ่งสำหรับเหตุฉุกเฉิน จะได้ไม่ต้องขายสินทรัพย์ตอนตลาดตก
การจัดแบบนี้ทำให้ "ค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้" ถูกค้ำด้วยรายได้ที่มั่นคงที่สุด ส่วนความผันผวนไปอยู่กับเงินที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นมากในวัยเกษียณ
เริ่มสร้าง passive income ตอนนี้ต้องคิดถึงอะไรก่อน
ถ้าจะเริ่มวันนี้ ผมแนะนำให้ตั้งต้นจาก "ตัวเลขเป้าหมาย" ก่อนเสมอ คือประเมินว่าหลังเกษียณอยากมีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ แล้วค่อยถอยกลับมาว่าต้องสร้างแต่ละแหล่งให้ได้เท่าไหร่ ถ้ายังไม่เคยคำนวณ ลองอ่าน เกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่ เพื่อหาตัวเลขเป้าหมายของตัวเองก่อน
จากนั้นจึงค่อยเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับวัยและความเสี่ยงที่รับได้ คนอายุน้อยมีเวลานานกว่า อาจเน้นการลงทุนที่เติบโตได้ ส่วนคนใกล้เกษียณมักให้น้ำหนักกับความมั่นคงและรายได้ที่แน่นอนมากขึ้น สิ่งสำคัญคือเริ่มเร็ว เพราะยิ่งมีเวลานาน การทบต้นและการสะสมก็ยิ่งทำงานให้เรา
สรุป
passive income คือกุญแจที่ทำให้เกษียณแล้ว "เงินยังเข้า" โดยไม่ต้องทำงานทุกวัน แหล่งหลัก ๆ มีทั้งค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ย และบำนาญ ซึ่งแต่ละแบบเก่งคนละด้าน ประกันบำนาญมีจุดเด่นเป็นรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนตามเงื่อนไข จึงเหมาะเป็นชั้นฐานค้ำค่าใช้จ่ายจำเป็น การผสมหลายแหล่งเป็นชั้น ๆ ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้แผนเกษียณมั่นคงขึ้นมาก
อยากให้ช่วยวางโครงสร้างรายได้หลังเกษียณให้เหมาะกับตัวเลขเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้ ทักมาปรึกษาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ได้เลยครับ ผมยินดีช่วยคิดเป็นแผนที่ลงมือทำได้จริง
ข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผลตอบแทนการลงทุนมีความผันผวนและไม่การันตี ส่วนความคุ้มครอง/เงินบำนาญจากประกันเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
