ใกล้เกษียณ ควรย้ายเงินไปสินทรัพย์เสี่ยงต่ำทั้งหมดเลยไหม
พอใกล้เกษียณลงทุนยังไงดี เป็นคำถามที่หลายคนเริ่มกังวลตอนอายุ 50 ปลาย ๆ หลายคนคิดว่าทางปลอดภัยที่สุดคือย้ายเงินทั้งหมดไปอยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากหรือพันธบัตร เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงขาดทุนตอนใกล้หยุดทำงาน ฟังดูสมเหตุสมผล แต่จริง ๆ แล้วการ "อนุรักษ์เกินไป" ก็เป็นความเสี่ยงอีกแบบหนึ่งที่หลายคนมองข้าม
ในฐานะตัวแทนที่ดูแลเรื่องการวางแผนเกษียณ ผมเจอลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่รีบย้ายเงินไปฝากธนาคารทั้งก้อนตอนใกล้เกษียณ แล้วมาเสียดายทีหลังเพราะเงินโตไม่ทันเงินเฟ้อ บทความนี้ผมจะชวนคุยว่า ช่วงใกล้เกษียณควรจัดการความเสี่ยงของพอร์ตอย่างไรให้พอดี ไม่เสี่ยงเกินจนใจสั่น และไม่ปลอดภัยเกินจนแพ้เงินเฟ้อ
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวคิดเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่ได้การันตีผลตอบแทนใด ๆ
ใกล้เกษียณลงทุน ควรย้ายเงินไปเสี่ยงต่ำทั้งหมดเลยไหม?
คำตอบสั้น ๆ คือ "ไม่ควรย้ายทั้งหมด" เหตุผลคือ การเกษียณไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการลงทุน แต่เป็นจุดเปลี่ยนผ่าน หลังเกษียณคุณยังต้องใช้เงินก้อนนี้ไปอีก 20-30 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวพอจะให้เงินเฟ้อกัดกินกำลังซื้อของคุณได้มาก
ถ้าคุณย้ายเงินทั้งหมดไปอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เงินอาจ "ปลอดภัย" ในแง่ตัวเลข แต่กำลังซื้อจริง ๆ จะลดลงเรื่อย ๆ ทุกปี ของที่เคยซื้อได้ด้วยเงินเท่านี้ อีกสิบปีต้องใช้เงินมากขึ้น นี่คือความเสี่ยงที่เงียบแต่กัดกร่อนแผนเกษียณได้จริง
ดังนั้นแทนที่จะคิดแบบ "เสี่ยงต่ำทั้งหมด" หรือ "เสี่ยงสูงทั้งหมด" สิ่งที่เหมาะกว่าคือ การจัดสัดส่วนให้สมดุล มีทั้งส่วนที่มั่นคงไว้ใช้ระยะใกล้ และส่วนที่ยังเติบโตไว้สู้เงินเฟ้อในระยะยาว เรื่องผลกระทบของเงินเฟ้อต่อแผนเกษียณ ผมอธิบายไว้ละเอียดในเงินเฟ้อกับแผนเกษียณ แนะนำให้อ่านประกอบ
ความเสี่ยง sequence of returns คืออะไร ทำไมช่วงใกล้เกษียณถึงสำคัญ?
หนึ่งในความเสี่ยงที่อันตรายที่สุดในช่วงก่อนและหลังเกษียณคือสิ่งที่เรียกว่า "sequence of returns risk" หรือความเสี่ยงเรื่องลำดับของผลตอบแทน พูดง่าย ๆ คือ "จังหวะ" ที่ตลาดตกมีผลต่อเงินเกษียณของคุณมาก
ลองนึกภาพว่า ถ้าตลาดตกหนักในช่วงปีแรก ๆ ที่คุณเพิ่งเกษียณและเริ่มถอนเงินออกมาใช้พอดี คุณจะต้องขายสินทรัพย์ที่มูลค่ากำลังลดเพื่อมาใช้จ่าย ทำให้เงินต้นหดเร็วเป็นพิเศษ และเมื่อตลาดฟื้นกลับมา เงินต้นที่เหลืออยู่ก็น้อยลงแล้ว โอกาสฟื้นตัวจึงยากกว่า
ต่างจากตอนที่ยังทำงานและสะสมเงินอยู่ ถ้าตลาดตกตอนนั้นกลับเป็นโอกาสซื้อของถูก เพราะคุณยังไม่ได้ถอนเงินออก นี่คือเหตุผลที่ช่วง "ใกล้เกษียณถึงต้นเกษียณ" คือช่วงเปราะบางที่สุด และเป็นช่วงที่ต้องระวังเรื่องสัดส่วนความเสี่ยงเป็นพิเศษ ไม่ให้พอร์ตทั้งก้อนผันผวนแรงเกินไป
ปรับพอร์ตให้สมดุลช่วงใกล้เกษียณยังไง ไม่เสี่ยงเกินไม่อนุรักษ์เกิน?
หลักที่ผมแนะนำคือ แบ่งเงินตาม "ช่วงเวลาที่จะใช้" ไม่ใช่ย้ายทั้งหมดไปทางใดทางหนึ่ง
- เงินที่ต้องใช้ใน 1-3 ปีแรก ควรอยู่ในที่ที่มั่นคงและถอนง่าย เพราะคุณไม่อยากให้ความผันผวนของตลาดมากระทบเงินก้อนที่จะใช้เร็ว ๆ นี้
- เงินที่จะใช้ในระยะกลาง 4-10 ปี จัดให้เสี่ยงปานกลาง ผสมระหว่างความมั่นคงกับการเติบโตบ้าง
- เงินที่จะใช้ในระยะยาวเกิน 10 ปี ยังให้มีส่วนที่เติบโตได้อยู่ เพื่อสู้กับเงินเฟ้อตลอดช่วงเกษียณที่ยาวนาน
การแบ่งแบบนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องขายของในจังหวะที่ตลาดตก เพราะเงินที่จะใช้เร็ว ๆ อยู่ในส่วนที่มั่นคงอยู่แล้ว ส่วนเงินที่ยังเติบโตก็มีเวลารอให้ตลาดฟื้น แนวคิดเรื่องการจัดสัดส่วนนี้สอดคล้องกับการจัดพอร์ตเกษียณตามอายุที่ปรับสัดส่วนความเสี่ยงไปตามช่วงวัย
เงินก้อนการันตีอย่างประกันบำนาญ มีบทบาทยังไงตอนใกล้เกษียณ?
จุดที่หลายคนมองข้ามคือ การมี "ฐานรายได้ที่แน่นอน" จะช่วยลดแรงกดดันเรื่องความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนได้มาก
ลองคิดดูว่า ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือนของคุณ เช่น ค่ากิน ค่าน้ำค่าไฟ ค่ายา มีรายได้ประจำที่แน่นอนรองรับอยู่แล้ว เช่น จากประกันบำนาญที่จ่ายเป็นงวด ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ คุณก็ไม่จำเป็นต้องเทขายเงินลงทุนในจังหวะที่ตลาดตก เพราะรายจ่ายพื้นฐานมีคนการันตีให้แล้ว
พูดอีกแบบคือ เงินก้อนการันตีทำหน้าที่เป็น "เกราะ" ให้กับส่วนที่เป็นการลงทุน ทำให้คุณกล้าปล่อยให้ส่วนลงทุนมีเวลาเติบโตในระยะยาว โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนระยะสั้นมากนัก นี่คือเหตุผลที่ผมมักแนะนำให้คนใกล้เกษียณมีทั้งสองส่วนผสมกัน ทั้งเงินที่การันตีได้ และเงินที่ยังเติบโตได้
ควรทยอยลดความเสี่ยงตามอายุอย่างไร?
แทนที่จะย้ายเงินทั้งหมดในวันเดียว วิธีที่นุ่มนวลกว่าคือ "ทยอยลดความเสี่ยง" ตามอายุที่มากขึ้น เริ่มจากค่อย ๆ ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสูงลงทีละน้อยในช่วงหลายปีก่อนเกษียณ แล้วเพิ่มสัดส่วนที่มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
การทยอยปรับแบบนี้ช่วยให้คุณไม่ตกอยู่ในจังหวะที่ผิดพลาดครั้งเดียวแล้วเสียหายทั้งก้อน เช่น เผอิญย้ายทั้งหมดออกตอนตลาดตกพอดี และยังช่วยให้ใจคุณปรับตัวกับความผันผวนได้ทีละนิด ไม่ตื่นตระหนก เรื่องลำดับการถอนเงินมาใช้หลังเกษียณก็เป็นอีกครึ่งหนึ่งของสมการที่ควรวางคู่กัน อ่านเพิ่มได้ที่กลยุทธ์ถอนเงินหลังเกษียณ
อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะ นัดปรึกษากับท็อปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดครับ
