กลับไปหน้าบทความประกันสุขภาพ

ค่ารักษา OPD ที่คนมองข้าม หาหมอบ่อยปีนึงเท่าไหร่

20 มิถุนายน 2569 6 นาที

เวลาพูดถึงประกันสุขภาพ คนส่วนใหญ่นึกถึงค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่านอนโรงพยาบาลก้อนใหญ่ ๆ แต่มี ค่ารักษา OPD ที่จ่ายทีละไม่มาก เลยถูกมองข้ามไปเงียบ ๆ ทั้งที่พอรวมกันทั้งปีกลับไม่ใช่ตัวเลขเล็ก บทความนี้จะพาดูว่า OPD คืออะไร หาหมอแต่ละครั้งจ่ายเท่าไหร่โดยประมาณ สะสมทั้งปีไปได้ไกลแค่ไหน และความคุ้มครอง OPD ที่เบี้ยสูงกว่าปกตินั้น ใครซื้อแล้วคุ้ม ใครไม่ซื้อก็ไม่เสียหาย

ในฐานะที่ปรึกษาประกันที่ดูแลเรื่องเงื่อนไขกรมธรรม์และการเคลมให้ลูกค้า ผมอยากชวนมองเรื่องนี้แบบดูตัวเลขจริง ไม่ใช่ตัดสินใจด้วยความรู้สึกว่า "เผื่อไว้ก่อน"

OPD คืออะไร ต่างจาก IPD ยังไง

OPD ย่อมาจาก Out-Patient Department หรือ "ผู้ป่วยนอก" หมายถึงการไปหาหมอแล้วรับการตรวจรักษา รับยา แล้วกลับบ้านได้ในวันเดียว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น เป็นหวัด ปวดท้อง เจ็บคอ ตรวจติดตามอาการ หรือทำแผลเล็ก ๆ

ส่วน IPD (In-Patient Department) คือ "ผู้ป่วยใน" ที่ต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งมักมาพร้อมค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กว่ามาก

  • OPD = หาหมอแล้วกลับ ค่าใช้จ่ายต่อครั้งไม่สูง แต่เกิดบ่อย
  • IPD = นอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูง แต่เกิดไม่บ่อย

ความต่างสองอย่างนี้สำคัญต่อการเลือกแผน ถ้าอยากเข้าใจให้ลึกขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ OPD vs IPD

ค่ารักษา OPD หาหมอครั้งละเท่าไหร่

ค่ารักษา OPD ต่อครั้งดูเหมือนไม่มาก แต่พอแยกเป็นรายการแล้วจะเห็นว่ามันบวกกันได้เร็วกว่าที่คิด ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าโดยประมาณในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งแตกต่างกันไปตามโรงพยาบาล อาการ และดุลยพินิจของแพทย์

รายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อครั้ง
ค่าตรวจ/ค่าแพทย์300–1,000 บาท
ค่ายาทั่วไป200–1,500 บาท
ตรวจเลือด/แล็บพื้นฐาน500–2,500 บาท
เอกซเรย์/อัลตราซาวด์800–4,000 บาท

หาหมอเป็นหวัดธรรมดาในโรงพยาบาลเอกชนครั้งหนึ่ง รวมค่าตรวจกับค่ายาก็มักตกราว 800–2,000 บาทโดยประมาณ และถ้าหมอสั่งตรวจเพิ่มเติม ตัวเลขก็ขยับขึ้นได้อีก

จุดที่คนมองข้ามคือ OPD ไม่ได้แพงเพราะครั้งเดียว แต่แพงเพราะ "ความถี่"

หาหมอบ่อยปีนึงค่ารักษา OPD รวมเท่าไหร่

ลองคิดเล่น ๆ ตามพฤติกรรมจริงของคนทำงานทั่วไป สมมติว่าปีหนึ่งไปหาหมอด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยประมาณ 4–8 ครั้ง รวมหวัด ภูมิแพ้ ปวดหัว ปวดท้อง

  • ไปหาหมอ 4 ครั้ง ครั้งละ 1,000 บาทโดยประมาณ = ราว 4,000 บาท/ปี
  • ไปหาหมอ 8 ครั้ง ครั้งละ 1,500 บาทโดยประมาณ = ราว 12,000 บาท/ปี
  • ถ้ามีโรคประจำตัวที่ต้องตรวจติดตามและรับยาต่อเนื่อง ตัวเลขรวมอาจสูงกว่านี้

จะเห็นว่าค่ารักษา OPD สะสมทั้งปีของหลายคนอยู่ในหลักหลายพันถึงหลักหมื่นบาทโดยประมาณ ซึ่งเป็นเงินที่จ่ายจากกระเป๋าตัวเองทั้งหมดถ้าไม่มีความคุ้มครองส่วนนี้

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กยิ่งเห็นภาพชัด เพราะเด็กป่วยบ่อยกว่าผู้ใหญ่ ค่า OPD ต่อปีของบ้านที่มีลูกเล็กจึงมักสูงกว่าบ้านที่ไม่มีอย่างเห็นได้ชัด

ความคุ้มครอง OPD เบี้ยสูง ซื้อเสริมแล้วใครคุ้ม

ประกันสุขภาพหลายแผนเน้นคุ้มครอง IPD เป็นหลัก ส่วนความคุ้มครอง OPD มักเป็นความคุ้มครองเสริมที่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม และเบี้ยส่วนนี้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวงเงินที่ได้ เพราะบริษัทประกันรู้ว่า OPD เป็นรายการที่ "เคลมบ่อย" เกือบทุกคนที่ซื้อมักได้ใช้

หลักง่าย ๆ คือ ความคุ้มครอง OPD เหมาะกับคนที่ค่า OPD ต่อปีจริง ๆ สูงพอจะคุ้มกับเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มที่มักคุ้มที่จะซื้อเสริม OPD

  • คนที่หาหมอบ่อย เป็นภูมิแพ้ หรือมีอาการเรื้อรังที่ต้องตรวจติดตาม
  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งป่วยบ่อยตามวัย
  • คนที่อยากได้ความสบายใจ จ่ายเบี้ยคงที่แทนค่ารักษาที่คาดเดายาก

กลุ่มที่อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเสริม

  • คนสุขภาพแข็งแรง แทบไม่ได้หาหมอเลยทั้งปี
  • คนที่มีสวัสดิการ OPD จากที่ทำงานหรือประกันกลุ่มอยู่แล้ว
  • คนที่อยากเอาเบี้ยส่วนนี้ไปเพิ่มวงเงิน IPD ซึ่งคุ้มครองเหตุการณ์ก้อนใหญ่กว่า

วิธีตัดสินใจที่ตรงที่สุดคือ ลองรวมค่า OPD ที่จ่ายจริงในปีที่ผ่านมา แล้วเทียบกับเบี้ยความคุ้มครอง OPD ที่ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าค่าใช้จ่ายจริงใกล้เคียงหรือมากกว่าเบี้ย ก็มีเหตุผลที่จะซื้อ ถ้าน้อยกว่ามาก เก็บงบไว้เสริมส่วนอื่นอาจคุ้มกว่า

อยากเช็กให้ครบว่าแผนของคุณมีช่องโหว่ตรงไหน ลองทำตาม เช็กลิสต์ ก่อนตัดสินใจได้เลย

สรุป

ค่ารักษา OPD เป็นค่าใช้จ่ายที่ดูเล็กรายครั้ง แต่สะสมทั้งปีกลับไปได้ถึงหลักพันถึงหลักหมื่นบาทโดยประมาณ โดยเฉพาะคนที่หาหมอบ่อยหรือมีเด็กเล็กในบ้าน การมองข้ามส่วนนี้จึงอาจทำให้แผนสุขภาพไม่ครบอย่างที่คิด

ทางเลือกที่ดีไม่ใช่การซื้อความคุ้มครอง OPD เสมอ แต่คือการดูพฤติกรรมการใช้จริงของตัวเองและครอบครัว แล้วเทียบกับเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่ม เพื่อให้ทุกบาทที่จ่ายไปคุ้มที่สุด

ถ้าอยากให้ช่วยคำนวณว่าความคุ้มครอง OPD คุ้มกับงบของคุณไหม หรืออยากเทียบแผนให้เห็นภาพ ทักไลน์มาคุยกับท็อปได้เลยครับ ที่ไลน์ @topaia ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด ดูแลลูกค้าทางออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ข้อมูลในบทความเป็นการประมาณเพื่อการศึกษา ตัวเลขค่ารักษาเป็นค่าโดยประมาณซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโรงพยาบาลและช่วงเวลา ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ AIA และการตรวจวินิจฉัย/รักษาเป็นดุลยพินิจของแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี