กลับไปหน้าบทความโรคร้ายแรง

ทุนประกันโรคร้ายแรง ควรมีเท่าไหร่

20 มิถุนายน 2569 6 นาที

คำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดเวลาคุยเรื่องนี้คือ ทุนประกันโรคร้ายแรง ควรมีเท่าไหร่ถึงจะพอ บางคนบอกขอ 5 แสนพอแล้ว บางคนซื้อมา 3 ล้านยังกังวลว่าจะไม่พอ ความจริงคือไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะมันขึ้นกับรายได้ ภาระหนี้ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

บทความนี้ผมจะชวนคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่หว่านตัวเลขใหญ่ ๆ ให้กลัว ในฐานะที่ปรึกษาประกันที่ดูแลเรื่องเงื่อนไขและการเคลมให้ลูกค้ามาตลอด ผมเลยอยากชวนมองต้นทุนและความเสี่ยงเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ตัวเลขเป็นค่าโดยประมาณ ส่วนความคุ้มครองจริงขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับ

ทุนประกันโรคร้ายแรงคืออะไร ต้องคิดจากอะไรบ้าง?

ก่อนจะตอบว่าควรมีเท่าไหร่ ต้องเข้าใจก่อนว่าเงินก้อนจากประกันโรคร้ายแรงเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ต่างจากประกันสุขภาพที่จ่ายตามบิลค่ารักษา เงินก้อนนี้คุณเอาไปใช้กับอะไรก็ได้

โดยทั่วไปคนเรามักคิดถึงแค่ "ค่ารักษา" แต่จริง ๆ แล้วต้นทุนของการเป็นโรคร้ายมี 2 ส่วนใหญ่ ๆ ที่ต้องคิดรวมกัน

  • ค่ารักษาส่วนที่ประกันสุขภาพอาจไม่ครอบคลุม เช่น ยานอกบัญชี เทคโนโลยีการรักษาใหม่ ๆ หรือส่วนเกินวงเงิน
  • ค่าใช้จ่ายช่วงพักรักษาตัวที่ทำให้ขาดรายได้ ช่วงที่ต้องหยุดงานพักฟื้นเป็นเดือน ๆ รายได้หาย แต่ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ยังเดินอยู่

นี่คือเหตุผลว่าทำไม ทุนประกันโรคร้ายแรง ที่เหมาะสมไม่ใช่แค่ค่ารักษา แต่ต้องเผื่อ "ค่าใช้ชีวิต" ในช่วงที่หารายได้ไม่ได้ด้วย ตรงนี้แหละที่หลายคนคิดน้อยไป

ค่ารักษาโรคร้ายแรงโดยประมาณเท่าไหร่?

ลองดูตัวเลขค่ารักษาโดยประมาณในปี 2569 เพื่อให้เห็นภาพว่ากำลังพูดถึงเงินระดับไหน ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณ ค่าใช้จ่ายจริงและแนวทางการรักษาขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์

รายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าห้องเดี่ยวเอกชน~3,000-8,000 บาท/คืน
ค่าห้อง ICU เอกชน~8,000-30,000 บาท/คืน
ฉายรังสี~1-2 แสนบาท/รอบ
ค่ารักษามะเร็งโดยรวมหลักแสนถึงหลักล้านบาท

ที่น่าคิดคือมะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัว ในไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่โดยประมาณ 140,000 คนต่อปี และมีการประเมินความเสี่ยงว่าคนเรามีโอกาสเป็นมะเร็งราว 1 ใน 6 ก่อนอายุ 75 ปี ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มีไว้ให้วางแผนอย่างมีเหตุผล

ถ้าอยากเข้าใจว่าเงินก้อนนี้จ่ายออกมายังไง แบบเจอแล้วจ่ายเลยกับจ่ายตามระยะต่างกันตรงไหน อ่านเพิ่มได้ที่ CI จ่ายแบบไหน ก่อนตัดสินใจเลือกแบบ

ทุนประกันโรคร้ายแรงควรมีเท่าไหร่ คิดยังไงให้พอ?

มาถึงคำถามหลัก แนวทางที่ผมใช้คุยกับคนทั่วไปคือมอง 2 วิธี แล้วเอาตัวที่สูงกว่ามาเป็นเป้า

วิธีที่ 1 คิดจากค่ารักษาบวกค่าใช้จ่ายช่วงพัก รวมค่ารักษาส่วนเกินที่คาดว่าจะต้องจ่ายเอง บวกกับค่าใช้จ่ายในบ้านช่วงพักฟื้น สมมติพักรักษาตัว 1-2 ปีโดยไม่มีรายได้เต็มที่

วิธีที่ 2 คิดจากรายได้ต่อปี แนวทางที่นิยมคือประมาณ 3-5 เท่าของรายได้ต่อปี เพื่อให้มีเงินก้อนทดแทนรายได้ระหว่างพักฟื้น โดยไม่ต้องไปแตะเงินเก็บหรือขายสินทรัพย์

ลองดูตัวอย่างคร่าว ๆ เพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลขเป็นเพียงการประมาณการเพื่อการศึกษา

  • รายได้ 30,000 บาท/เดือน (ปีละ ~360,000) → ทุนประมาณ ~1-1.8 ล้านบาท
  • รายได้ 50,000 บาท/เดือน (ปีละ ~600,000) → ทุนประมาณ ~1.8-3 ล้านบาท
  • รายได้ 80,000 บาท/เดือน (ปีละ ~960,000) → ทุนประมาณ ~3-5 ล้านบาท

จะเห็นว่าตัวเลขที่ออกมาส่วนใหญ่อยู่ในระดับ หลักล้าน ซึ่งสอดคล้องกับค่ารักษาจริงที่ก็อยู่หลักแสนถึงหลักล้านเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

ปรับทุนตามภาระและหนี้ของตัวเองยังไง?

ตัวเลข 3-5 เท่ารายได้เป็นแค่จุดตั้งต้น คุณต้องปรับขึ้นหรือลงตามสถานการณ์จริง ลองเช็กตัวเองตามนี้

  • มีหนี้บ้าน/รถก้อนใหญ่ ควรเผื่อทุนให้ครอบหนี้ที่ต้องผ่อนต่อระหว่างพักรักษา เพื่อไม่ให้เสียทรัพย์สินไป
  • เป็นเสาหลักของครอบครัว มีคนพึ่งพิงหลายคน ควรเพิ่มทุนให้สูงขึ้น เพราะรายได้ที่หายไปกระทบหลายชีวิต
  • มีประกันสุขภาพวงเงินสูงอยู่แล้ว อาจเน้นทุน CI ไว้ทดแทนรายได้เป็นหลัก ไม่ต้องซ้ำซ้อนกับค่ารักษา
  • มีเงินเก็บสำรองเยอะ อาจปรับทุนลงได้บ้าง เพราะมีกันชนอยู่แล้ว

ข้อควรรู้คือ CI กับประกันสุขภาพทำงานคนละหน้าที่ ตัวหนึ่งเป็นเงินก้อนทดแทนรายได้ อีกตัวจ่ายค่ารักษา ทั้งคู่เสริมกันได้ ไม่ใช่ตัวแทนกัน อยากเทียบให้ชัดลองอ่าน CI vs ประกันสุขภาพ ประกอบ

อีกเรื่องที่ควรรู้ เบี้ยประกันชีวิตและโรคร้ายแรงบางแบบยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ โดยเบี้ยประกันสุขภาพตนเองลดหย่อนได้สูงสุดโดยประมาณ 25,000 บาท (เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท) ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์และหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

สรุป ทุนประกันโรคร้ายแรงควรมีเท่าไหร่

สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย การหา ทุนประกันโรคร้ายแรง ที่เหมาะกับตัวเองคือ

  • คิดจากค่ารักษาส่วนเกิน บวกค่าใช้จ่ายช่วงพักรักษาที่ทำให้ขาดรายได้
  • ใช้แนวทาง 3-5 เท่าของรายได้ต่อปี หรือมองเป็นระดับหลักล้านเป็นจุดตั้งต้น
  • ปรับขึ้น-ลงตามภาระหนี้ จำนวนคนที่พึ่งพิง และเงินเก็บสำรองที่มี

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกคน แต่มีตัวเลขที่ "พอดีกับชีวิตคุณ" เสมอ ถ้าอยากลองประเมินภาระและทุนคร่าว ๆ ด้วยตัวเอง เริ่มจาก เช็กลิสต์ ได้เลย แล้วค่อยมาคุยรายละเอียดกัน

อยากให้ช่วยคำนวณทุนที่เหมาะกับรายได้และภาระของคุณ ทักมาปรึกษาผมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผมดูแลแบบออนไลน์ได้ทั่วประเทศ ทักไลน์ @topaia มาเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ แล้วเรามาวางตัวเลขที่พอดีกับคุณจริง ๆ ด้วยกัน

ข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ AIA และการวินิจฉัย/รักษาเป็นดุลยพินิจของแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี