กลับไปหน้าบทความภาษี

คนรายได้สูง (เงินเดือนหลักแสน) ลดภาษีด้วยประกัน/บำนาญยังไง

20 มิถุนายน 2569 6 นาที

ถ้าคุณเป็นคนเงินเดือนหลักแสนขึ้นไป การ วางแผนภาษี รายได้สูง ให้ดีคือหนึ่งในเรื่องที่ "คุ้มค่าต่อชั่วโมงที่ใช้คิด" มากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะยิ่งฐานภาษีสูง เงินที่ประหยัดได้จากการลดหย่อนแต่ละบาทก็ยิ่งมาก

ผมท็อปครับ เป็นตัวแทนประกันชีวิต AIA ที่ดูแลเรื่องเงื่อนไขกรมธรรม์และการเคลมให้ลูกค้า ทำงานกับเรื่องนี้จนติดนิสัยมองทุกอย่างเป็น "ตัวเลขกับโครงสร้าง" บทความนี้จะพาไล่ดูว่าคนรายได้สูงควรจัดพอร์ตลดหย่อนยังไงให้ครบทุกช่อง ไม่ตกหล่นสิทธิ และเลือกแบบที่ตรงเป้าหมายชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่ซื้อมั่ว ๆ ตอนปลายปี

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ตัวเลขเพดานลดหย่อนควรตรวจสอบกับประกาศของกรมสรรพากรสำหรับปีภาษีนั้น ๆ อีกครั้ง

ทำไมคนรายได้สูงยิ่งลดหย่อนยิ่งคุ้ม?

ประเทศไทยใช้ภาษีแบบ ขั้นบันได คือยิ่งรายได้สุทธิสูง อัตราภาษีของเงินก้อนบน ๆ ก็ยิ่งแพง สูงสุดที่ 35%

หัวใจอยู่ตรงนี้: เงินที่คุณ "ดึงลง" ด้วยการลดหย่อน จะไปหักออกจาก ขั้นบนสุด ของคุณก่อนเสมอ

  • คนที่ฐานภาษีขั้นบนอยู่ที่ 35% ลดหย่อนได้ 100,000 บาท = ประหยัดภาษีราว 35,000 บาท โดยประมาณ
  • คนที่ฐานภาษีขั้นบนอยู่ที่ 30% ลดหย่อน 100,000 บาท = ประหยัดราว 30,000 บาท
  • เทียบกับคนฐาน 10% ที่ลดหย่อนเท่ากันแต่ประหยัดแค่ราว 10,000 บาท

พูดง่าย ๆ คือ เครื่องมือลดหย่อนตัวเดียวกัน ให้ผลตอบแทนทางภาษีกับคนรายได้สูง "แรงกว่า" หลายเท่า นี่คือเหตุผลที่กลุ่มเงินเดือนหลักแสนไม่ควรปล่อยช่องลดหย่อนให้ว่าง

วางแผนภาษี รายได้สูง ควรเริ่มจัดกลุ่มไหนก่อน?

ผมแนะนำให้คิดเป็น "3 ถัง" แล้วเติมจากถังที่ให้ประโยชน์สองเด้งก่อน (ทั้งลดภาษี + ตรงเป้าหมายชีวิต)

กลุ่มเครื่องมือเพดานลดหย่อน (โดยประมาณ)
เกษียณประกันบำนาญ + RMF + SSF + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข.บำนาญ 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 / รวมกลุ่มเกษียณทั้งหมดไม่เกิน 500,000
คุ้มครองชีวิต/ออมประกันชีวิต + ประกันสะสมทรัพย์ (คุ้มครอง ≥ 10 ปี)ไม่เกิน 100,000
สุขภาพประกันสุขภาพตนเอง / ประกันสุขภาพพ่อแม่ตนเองไม่เกิน 25,000 (รวมกับชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000) / พ่อแม่ไม่เกิน 15,000

สำหรับคนรายได้สูง "ถังเกษียณ" คือถังที่ใหญ่ที่สุดและมักเติมไม่เต็ม ทั้งที่เป็นถังที่ให้เพดานสูงถึง 500,000 บาท

จัดเต็มกลุ่มเกษียณ: บำนาญ + RMF/SSF รวมไม่เกิน 500,000

กลุ่มเกษียณคือ "สนามใหญ่" ของคนรายได้สูง เพราะรวมกันแล้วลดหย่อนได้สูงสุดถึง 500,000 บาท (เมื่อนับ ประกันบำนาญ + RMF + SSF + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กองทุนการออมแห่งชาติ รวมกัน)

เงื่อนไขที่ต้องจำ (โดยประมาณ):

  • ประกันบำนาญ ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท และถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิประกันชีวิต 100,000 เต็ม ส่วนของบำนาญยังไปเติมช่องประกันชีวิตได้อีก
  • SSF ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท (ต้องถือตามเงื่อนไขกองทุน)
  • RMF ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกลุ่มเกษียณอื่น)
  • ทั้งหมดรวมกัน ห้ามเกิน 500,000 บาท

จุดที่คนรายได้สูงชอบพลาด คือทุ่มไป RMF/SSF อย่างเดียวจนลืมว่า ประกันบำนาญ ให้ทั้งการลดหย่อนและ "กระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้หลังเกษียณ" ซึ่งกองทุนหุ้นทำให้ไม่ได้

ในมุมที่ชอบมองทุกอย่างเป็นตัวเลข ผมจะบอกลูกค้าเสมอว่า RMF/SSF คือ "ส่วนที่โตตามตลาด" (มีความเสี่ยง ผลตอบแทนเป็นสมมติฐาน ไม่การันตี การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ) ส่วนประกันบำนาญคือ "ส่วนฐานที่นอนหลับได้" ผสมกันให้พอดีกับนิสัยความเสี่ยงของแต่ละคน

อยากเทียบสองตัวนี้ให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่บทความ มนุษย์เงินเดือนวางแผนภาษี ที่ไล่เช็กลิสต์สิทธิแบบครบทุกช่อง

ประกันชีวิตและสุขภาพ: ลดภาษีพร้อมกันความเสี่ยงก้อนใหญ่

คนรายได้สูงมักมีภาระที่ผูกกับตัวเองเยอะ ทั้งบ้าน รถ ครอบครัว และไลฟ์สไตล์ที่ปรับลงยาก การมีประกันชีวิต/สุขภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องลดหย่อน แต่คือการ "กันรายได้ก้อนใหญ่ไม่ให้หายไปทั้งดุ้น"

  • ประกันชีวิต/สะสมทรัพย์ (กรมธรรม์คุ้มครอง ≥ 10 ปี) ลดหย่อนรวมไม่เกิน 100,000 บาท
  • ประกันสุขภาพตนเอง ลดหย่อนไม่เกิน 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • ประกันสุขภาพพ่อแม่ (พ่อแม่มีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท

ทำไมเรื่องสุขภาพถึงสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ? เพราะค่ารักษาโรคหนัก ๆ ในโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้ปรับตามเงินเดือนเรา แต่ปรับตามเทคโนโลยีการรักษา ตัวเลขโดยประมาณที่เห็นกันคือ ค่าห้องเดี่ยวเอกชน ~3,000–8,000 บาท/คืน, ICU ~8,000–30,000 บาท/คืน, ฉายรังสีมะเร็ง ~1–2 แสนบาท/รอบ และค่ารักษามะเร็งรวมทั้งคอร์สอาจขยับไปถึงหลักแสนถึงหลักล้าน (ทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณเพื่อการศึกษา ขึ้นกับการพิจารณาของแพทย์และโรงพยาบาล)

จากที่ดูแลลูกค้าเรื่องเคลมและค่ารักษามาเรื่อย ๆ ผมเห็นภาพชัดว่าเทคโนโลยีการรักษาราคาแพงขึ้นต่อเนื่อง คนรายได้สูงที่มีเงินก้อน อาจคิดว่า "จ่ายเองได้" แต่การยอมให้เงินลงทุน/เงินเกษียณก้อนใหญ่ถูกดึงไปจ่ายค่ารักษา คือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่แพงกว่าเบี้ยประกันมาก

หมายเหตุ: แบบประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินสูงอย่าง AIA Health Happy และ AIA Infinite Care (วงเงินสูงสุด 60 ล้านบาท) มีกำหนดปิดรับลูกค้าใหม่ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากสนใจวงเงินกลุ่มนี้ควรวางแผนแต่เนิ่น ๆ (ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

ตัวอย่าง: เงินเดือน 120,000 ประหยัดภาษีได้เท่าไหร่?

ลองดูตัวอย่างคร่าว ๆ (ตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การคำนวณภาษีจริงรายบุคคล) สำหรับคนเงินเดือน 120,000 บาท หรือราว 1.44 ล้านบาท/ปี ที่เงินก้อนบน ๆ ตกอยู่ในฐานภาษีประมาณ 25–30%

ช่องลดหย่อนเงินที่ใส่ (โดยประมาณ)ภาษีที่ประหยัด ที่ฐาน ~30%
ประกันบำนาญ + RMF/SSF (กลุ่มเกษียณ)300,000~90,000
ประกันชีวิต/สะสมทรัพย์ + สุขภาพ100,000~30,000
ประกันสุขภาพพ่อแม่15,000~4,500
รวม415,000~124,500

ในตัวอย่างนี้ การจัดพอร์ตลดหย่อนเต็มที่ช่วยประหยัดภาษีได้ราว แสนสองหมื่นบาทโดยประมาณ และที่สำคัญ เงินส่วนใหญ่ไม่ได้ "หายไป" แต่ย้ายไปอยู่ในถังเกษียณและความคุ้มครองของตัวเอง

ย้ำว่าตัวเลขจริงขึ้นกับรายได้สุทธิ ค่าลดหย่อนอื่น ๆ และโครงสร้างภาษีของแต่ละคน ควรคำนวณเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจ

สรุป: จัดพอร์ตลดหย่อนให้ทำงาน 2 เด้ง

สำหรับการ วางแผนภาษี รายได้สูง สิ่งที่อยากให้จำคือ:

  • ฐานภาษียิ่งสูง การลดหย่อนยิ่งคุ้ม — อย่าปล่อยช่องว่าง
  • จัดเต็ม "ถังเกษียณ" ก่อน (บำนาญ + RMF/SSF รวมไม่เกิน 500,000) เพราะเป็นถังใหญ่สุดและตรงเป้าหมายระยะยาว
  • เติมประกันชีวิต/สุขภาพให้ครบ เพื่อกันรายได้และเงินก้อนใหญ่ไม่ให้หายไปกับค่ารักษา
  • เริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่รีบ ๆ ตอนเดือนธันวาคม

ถ้าอยากให้ผมช่วยไล่เช็กว่าคุณยังเหลือช่องลดหย่อนไหนเติมได้อีก และจัดสัดส่วนบำนาญ/ลงทุน/สุขภาพให้พอดีกับเป้าหมายของคุณ ทักมาคุยกันได้เลยครับ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทาง LINE @topaia ผมปรึกษาออนไลน์ให้ได้ทั่วประเทศ หรือ นัดปรึกษา ผ่านหน้าเว็บก็สะดวกครับ

ข้อมูลโดยประมาณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการวางแผนภาษีเฉพาะบุคคล ผลตอบแทนการลงทุนเป็นสมมติฐาน ไม่การันตี การลงทุนมีความเสี่ยง ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ AIA และสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามประกาศของกรมสรรพากร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากวางแผนเรื่องนี้แบบจริงจัง?

ปรึกษาท็อปได้ฟรี ออกแบบแผนให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ฟรี